บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และระเบียบปฏิบัติของกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยเชื่อว่า การกำกับดูแลกิจการที่ดีแสดงถึงการมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นใจต่อผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อันจะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าและการเติบโตของบริษัทในระยะยาวอย่างยั่งยืน บริษัทได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งหวังให้คณะกรรมการและฝ่ายจัดการของบริษัท พัฒนาระดับการกำกับดูแลกิจการและปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้สอดคล้องกับแนวทางที่เป็นมาตรฐานสากล มากำหนดเป็นนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท และกำหนดให้มีการติดตามเพื่อปรับปรุงนโยบาย ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต เพื่อความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

บริษัทฯได้จัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นลายลักษณ์อักษร และประกาศใช้เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนได้รับทราบและเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกัน เพื่อสร้างวัฒนธรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้เกิดขึ้นในองค์กร และเสริมสร้างองค์กรให้มีระบบการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล อันเป็นพื้นฐานของการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนยึดมั่นในหลักสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท และได้เผยแพร่นโยบายกำกับดูแลกิจการและจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจผ่านเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.jubileediamond.co.th

บริษัทฯได้ตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการละเมิดหรือริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน โดยสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้น ได้แก่ การซื้อขายหรือการโอนหุ้น การมีส่วนแบ่งในกำไรของบริษัท การได้รับข่าวสารข้อมูลของบริษัทอย่างเพียงพอ การเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น โดยในปี 2559 บริษัทฯได้มีการปฏิบัติดังนี้

การจัดประชุมผู้ถือหุ้น

ในปี 2559 บริษัทฯได้ดำเนินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ในวันพุธที่ 27 เมษายน 2559 เวลา 14.00 น. ณ ห้องบอลรูม ชั้น 38 โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ จี สีลม ตั้งอยู่เลขที่ 188 ถ.สีลม กรุงเทพฯ10500 มีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง 88 ราย และผู้รับมอบฉันทะ 53 ราย รวมทั้งสิ้น 141 ราย จำนวนหุ้นทั้งสิ้น 115,089,016 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 66.04 ของจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด  จำนวน 174,273,125 หุ้น  ครบเป็นองค์ประชุม และเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทที่ต้องมีผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะจากผู้ถือหุ้นมาประชุมไม่น้อยกว่า 25 คน และต้องมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด   ของจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด  จำนวน 174,273,125 หุ้น โดยในการประชุมมีคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วย ประธานกรรมการ กรรมการบริษัท และกรรมการตรวจสอบรวมทั้งสิ้น 8 ท่าน รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงและผู้ตรวจสอบบัญชีของบริษัทเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกันประธานกรรมการบริษัททำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งประธานกรรมการได้ดำเนินการประชุมอย่างครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีขั้นตอนในการดำเนินการประชุมดังนี้
  • ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทฯได้ดำเนินการเผยแพร่จดหมายถึงผู้ถือหุ้นผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยรับทราบสิทธิในการเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุมและเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทตามกระบวนการสรรหาของบริษัทเป็นการล่วงหน้าก่อนการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดและเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯที่ www.jubileediamond.co.th/investor relation ซึ่งการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2559 ไม่มีผู้ถือหุ้นท่านใดเสนอวาระการประชุมหรือเสนอชื่อบุคคลเพื่อพิจารณาเป็นกรรมการอิสระของบริษัทแต่อย่างใด
    2. เผยแพร่กำหนดการประชุมและวาระการประชุมให้ผู้ถือหุ้นทราบผ่านระบบการสื่อสารข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯและเว็บไซต์ของบริษัทฯล่วงหน้าก่อนวันประชุม 30 วัน
    3. จัดส่งหนังสือนัดประชุมระบุสถานที่ วัน เวลา ระเบียบวาระการประชุมและเรื่องที่จะเสนอต่อที่ประชุมพร้อมด้วยรายละเอียดพร้อมด้วยความเห็นของคณะกรรมการในแต่ละวาระ พร้อมแนบ หนังสือมอบฉันทะ รายงานประจำปี รวมทั้งรายละเอียดเพิ่มเติมประกอบการพิจารณา โดยได้จัดส่งเอกสารดังกล่าวให้ผู้ถือหุ้นทุกคนที่มีรายชื่อ ณ วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อการประชุมล่วงหน้าก่อนการประชุม 14 วัน และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ติดต่อกัน 3 วัน
    4. เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าประชุมด้วยตนเอง สามารถใช้สิทธิออกเสียงโดยการมอบฉันทะรวมทั้งเสนอชื่อกรรมการอิสระของบริษัทฯให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้ลงคะแนนเสียงแทนในกรณีผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้
  • วันประชุมผู้ถือหุ้น
    1. บริษัทฯได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันทุกราย โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลต้อนรับ ให้ความสะดวกอย่างเพียงพอ ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 12:00 น. ซึ่งเป็นเวลาล่วงหน้าก่อนการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง กรรมการบริษัท ผู้บริหารทุกท่านรวมทั้งผู้สอบบัญชี ได้เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน
    2. นำระบบ Barcode มาใช้ในการลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมและนับคะแนนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้น
    3. จัดให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงในทุกวาระ เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้
    4. ก่อนการประชุมประธานที่ประชุม/เลขานุการบริษัทได้แจ้งจำนวนผู้เข้าประชุมทั้งผู้ที่มาด้วยตนเองและผู้รับมอบฉันทะให้ที่ประชุมรับทราบ และได้อธิบายวิธีการลงคะแนนด้วยบัตรลงคะแนนให้ทราบก่อนการประชุม
    5. ประธานในที่ประชุมได้ดำเนินการประชุมตามลำดับวาระที่กำหนดไว้ในหนังสือเชิญประชุม โดยไม่มีการเปลี่ยนลำดับระเบียบวาระ และไม่มีการขอให้ที่ประชุมพิจารณาเรื่องอื่นที่ไม่ได้กำหนดไว้ในที่ประชุมแต่อย่างใด
    6. ประธานเปิดโอกาสให้มีการชี้แจงและอภิปรายในแต่ละวาระเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิอย่างเท่าเทียมกันในการตรวจสอบผลการดำเนินงานของบริษัท ตลอดจนสอบถาม แสดงความคิดเห็นต่างๆ โดยบริษัทฯได้บันทึกประเด็นสำคัญไว้ในรายงานการประชุมเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้
    7. การใช้สิทธิออกเสียงเพื่ออนุมัติในแต่ละวาระการประชุมจะยึดเสียงข้างมากเป็นมติ โดยใช้วิธีลงคะแนนแบบ 1 หุ้นมีคะแนนหนึ่งเสียง ยกเว้นวาระที่เกี่ยวกับ การอนุมัติการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการประจำปี 2559 ให้เป็นไปตามมติของผู้ถือหุ้นซึ่งประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียง
    8. ก่อนลงมติในวาระใดๆ ประธานจะให้ผู้ถือหุ้นซักถามรายละเอียดและข้อสงสัย
    9. ประธานให้มีการลงมติในแต่ละวาระอย่างเปิดเผย
    10. เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนแต่งตั้งกรรมการเป็นรายบุคคล
    11. ในระหว่างการประชุมหากมีผู้ถือหุ้นเข้ามาร่วมประชุมเพิ่ม บริษัทฯจะนับจำนวนผู้ถือหุ้น และจำนวนหุ้นใหม่ทุกครั้งที่มีผู้ถือหุ้นเข้ามาร่วมประชุมเพิ่ม โดยผู้ถือหุ้นท่านที่เข้ามาใหม่ในระหว่างการประชุมสามารถออกเสียงลงคะแนนได้เฉพาะวาระที่ยังไม่ลงมติในที่ประชุมเท่านั้น ทั้งนี้ประธานจะสรุปผลการลงมติในแต่ละวาระให้ที่ประชุมรับทราบ โดยแจ้งผลลงคะแนนระบุจำนวนหุ้นที่ลงมติเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง
  • ภายหลังการประชุม
    1. หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมบริษัทฯได้แจ้งมติที่ประชุมผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯโดยได้แจ้งรายละเอียดผลการลงมติ และผลการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้รับทราบ
    2. มีการจัดทำรายงานการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษรเก็บไว้เผยแพร่รายงานการประชุมภายใน 14 วัน ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ

บริษัทฯมีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน ไม่มีผู้ถือหุ้นไขว้ และไม่มีโครงสร้างการถือหุ้นแบบปิรามิด เพื่อให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจว่าได้รับผลตอบแทนครบถ้วน มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้ถือหุ้นรายย่อย นักลงทุนสถาบัน หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ และสร้างความมั่นใจให้ผู้ถือหุ้นว่าคณะกรรมการและฝ่ายจัดการได้ดูแลให้การใช้เงินของผู้ถือหุ้นเป็นไปอย่างเหมาะสม ด้วยเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นใจในการลงทุนกับบริษัทฯโดยคณะกรรมการบริษัทฯมีหน้าที่กำกับดูแลให้ ผู้ถือหุ้นได้รับการปฏิบัติ และปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน

  • การเสนอวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำในปี 2559 ได้เผยแพร่จดหมายถึงผู้ถือหุ้นผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯเพื่อให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุมตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯกำหนดและเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ถือหุ้นส่วนน้อยสามารถเลือกตั้งกรรมการที่เป็นอิสระเพื่อดูแลผลประโยชน์แทนตนได้ และในปี 2559 ไม่ปรากฏผู้ถือหุ้นท่านใดเสนอวาระ และชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการเข้ามา
  • คณะกรรมการได้จัดกระบวนการประชุมผู้ถือหุ้นในลักษณะที่สนับสนุนให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายตามจำนวนหุ้นที่ถือเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียงอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าประชุมด้วยตนเอง สามารถใช้สิทธิออกเสียงโดยบริษัทฯจัดส่งหนังสือมอบฉันทะแบบ ข. ไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม โดยระบุเอกสาร/หลักฐานรวมทั้งขั้นตอนในการมอบฉันทะเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถจัดเตรียมได้อย่างถูกต้องในการมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาประชุมและออกเสียงลงมติแทนได้ และไม่เกิดปัญหาในการเข้าร่วมประชุมของผู้รับมอบฉันทะ
  • คณะกรรมการได้ทราบถึงรายการที่เกี่ยวโยงกัน และพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบทุกครั้ง โดยปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชื่อและความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวโยง ไว้ในรายงานประจำปี และแบบ 56-1ให้ผู้ถือหุ้นทราบอย่างชัดเจน
  • บริษัทฯมีการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหาร และหน่วยงาน โดยได้วางข้อกำหนดห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่ได้รับทราบข้อมูลภายในเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก หรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม เว้นแต่เป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • บริษัทฯกำหนดให้กรรมการ และผู้บริหารต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์

มาตรการป้องกันกรรมการและผู้บริหารใช้ข้อมูลภายในเพื่อหาผลประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นในทางมิชอบ

บริษัทฯจะไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ ผู้ถือหุ้นทุกท่านมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลของบริษัทฯที่เปิดเผยได้ผ่านช่องทางติดต่อต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งจะได้ปฏิบัติอย่างเหมาะสม และได้รับข้อมูลเพียงพอตามที่บริษัทฯเปิดเผยช่องทางต่างๆ มีดังนี้

โทรศัพท์ : 02-625-1188 หมายเลขภายใน 3100
Website : www.jubileediamond.co.th/investor_relations
E-mail address : ir@jubileediamond.co.th

บริษัทฯมีนโยบายห้ามกรรมการ ผู้บริหาร และบุคลากรของบริษัทฯใช้ข้อมูลภายในที่มีสาระสำคัญของบริษัทฯซึ่งยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น รวมถึงการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯโดยมีวิธีป้องกันการนำไปใช้ประโยชน์ของผู้บริหารและบุคลากรของบริษัทฯดังนี้

  1. ให้ความรู้แก่กรรมการและผู้บริหาร ให้รับทราบเกี่ยวกับหน้าที่ที่ต้องรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของตนคู่สมรส และบุตรที่ไม่บรรลุนิติภาวะ รวมถึงบทกำหนดโทษตาม พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  2. กำหนดให้ผู้บริหารรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อ สำนักงาน ก.ล.ต. ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และจัดส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้แก่บริษัทฯในวันเดียวกับวันที่ส่งรายงานต่อ สำนักงาน ก.ล.ต.
  3. ดำเนินการแจ้งให้ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯทราบว่า ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯที่ได้รับทราบข้อมูลทางการเงินของบริษัทฯหรือข้อมูลภายในอื่นๆ ที่เป็นสาระสำคัญ และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ต้องหลีกเลี่ยงการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯในช่วง 1 เดือน ก่อนที่งบการเงินหรือข้อมูลภายในนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณชน และห้ามมิให้เปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญนั้นต่อบุคคลอื่น

หากมีการกระทำที่ฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯจะดำเนินการทางวินัยเพื่อพิจารณาลงโทษตามสมควรแก่กรณี ได้แก่ การตักเตือนด้วยวาจา ตักเตือนด้วยหนังสือ ตัดค่าจ้าง พักงาน เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย หรือดำเนินคดีตามกฎหมาย และในปี 2559 ไม่มีการกระทำใดที่เป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบของ ก.ล.ต. /ตลาดหลักทรัพย์ฯแต่อย่างใด และไม่ปรากฎกรณีการซื้อขายหุ้นโดยใช้ข้อมูลภายในโดยกรรมการ และผู้บริหารของบริษัทฯในช่วงเวลา 30 วันก่อนที่จะมีการแจ้งผลประกอบการอย่างเป็นทางการผ่านระบบการจัดส่งข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การเปิดเผยข้อมูลผู้มีส่วนได้เสีย

คณะกรรมการเห็นชอบให้กำหนดแนวปฏิบัติเรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหารเพื่อความโปร่งใสและป้องกันปัญหาความขัดแย้งของผลประโยชน์ ดังนี้

  1. กรรมการจะต้องแจ้งให้บริษัทฯทราบโดยไม่ชักช้าเมื่อกรรมการและบุคคลในครอบครัวมีส่วนร่วมหรือเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการใดๆ ซึ่งอาจมีผลประโยชน์ หรือเกิดความขัดแย้ง มีส่วนได้เสียโดยตรงหรือโดยอ้อมในสัญญาใดๆ ที่บริษัทฯทำขึ้น หรือเข้าถือหลักทรัพย์ในบริษัทฯ
  2. ในกรณีพนักงานและบุคคลในครอบครัวเข้าไปมีส่วนร่วม หรือเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการใดๆ ซึ่งอาจมีผลประโยชน์หรือก่อให้เกิดความขัดแข้งทางธุรกิจต่อบริษัทฯจะต้องแจ้งให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
  3. โดยกรรมการและผู้บริหารจะต้องแจ้งข้อมูลให้เลขานุการบริษัทและคณะกรรมการทราบ ทั้งนี้ กรรมการและผู้บริหารที่มีส่วนได้เสียจะต้องงดเว้นการร่วมอภิปรายให้ความเห็น หรือลงคะแนนเสียงในวาระดังกล่าว

บริษัทฯตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และประสานประโยชน์ร่วมกันอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมั่นใจว่าสิทธิดังกล่าวได้รับการคุ้มครอง และปฏิบัติด้วยดี โดยได้กำหนดเป็นแนวทางที่ต้องปฏิบัติเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่มไว้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งเผยแพร่และรณรงค์ให้คณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหาร ตลอดจนผู้ปฏิบัติงาน ยึดถือเป็นนโยบาย และเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินงาน และถือเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญของทุกคน บริษัทฯได้เพิ่มแนวปฏิบัติที่ดี และพัฒนาการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง เช่นโดยการกำหนดนโยบาย และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัทฯการไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า มีดังนี้ (รายละเอียดเพิ่มเติมจาก คู่มือจรรยาบรรณธุรกิจ : www.jubileediamond.co.th)

  • ผู้ถือหุ้น - บริษัทฯดำเนินธุรกิจอย่างซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา ยึดมั่นพัฒนาธุรกิจโดยยึดหลักบรรษัทภิบาลที่ได้ และเติบโตต่อเนื่องสามารถให้ผลตอบแทนอย่างยั่งยืน บริษัทฯเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นในการรับทราบข้อมูลเพื่อใช้ในการประเมินการบริหารงานของบริษัทฯโดยเปิดเผยผลประกอบการ ฐานะทางการเงิน พร้อมข้อมูลสนับสนุนที่ถูกต้องในเวลาที่กำหนด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้น
  • ชุมชนและสิ่งแวดล้อม - บริษัทฯสานต่อนโยบายที่ได้รับมอบจากคณะกรรมการบริษัท โดยบรรจุงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม Corporate Social Responsibility : CSR) การให้ความสำคัญกับสังคม และกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างหลากหลายให้ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯมีส่วนร่วมในกิจกรรม CSR อย่างต่อเนื่อง ในปี 2559 บริษัทฯได้ร่วมบริจาคกับมูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ดังนี้

    บริษัทฯยังคงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ดังนี้
    • เงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นจำนวนเงิน 328,500.00 บาท
    • สนับสนุนกิจกรรมทูตบำเพ็ญประโยชน์ กับทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวน 20,000.00 บาท
    • สนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันกอล์ฟการกุศล เพื่อนำไปสนับสนุนกิจกรรมการศึกษา และสาธาณกุศล วปรอ.344 กับคณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาป้องกันประเทศ รุ่นที่ 344 จำนวน 80,000.00 บาท
  • ลูกค้า - บริษัทฯมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าด้วยสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม และบริการเป็นเลิศ โดยดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องเป็นธรรม นอกจากนี้บริษัทฯมีนโยบายในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของลูกค้าอย่างจริงจัง และยึดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ รวมทั้งการเปิดโอกาสให้แก่ลูกค้าในการร้องเรียน หรือสอบถามข้อมูลได้ตลอดเวลา ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น Jubilee Customer Center โทร. 02-625-1111 website instagram และ facebook เป็นต้น
  • คู่ค้าและ/หรือเจ้าหนี้ - บริษัทฯปฏิบัติต่อคู่ค้าและ/หรือเจ้าหนี้ตามเงื่อนไขหรือข้อตกลงทางการค้าไม่ใช้วิธีการที่ไม่สุจริตหรือปกปิดข้อมูลหรือข้อเท็จจริงอันจะทำให้เจ้าหนี้เกิดความเสียหาย และได้วางข้อกำหนดห้ามมิให้ผู้บริหาร หรือพนักงานเรียกรับ หรือยอมรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ไม่สุจริตในการค้ากับคู่ค้า และ/หรือ เจ้าหนี้ หากบริษัทฯหรือคู่ค้า และ/หรือเจ้าหนี้ พบหรือทราบข้อมูลว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริตเกิดขึ้น จะรีบพิจารณาร่วมกันแก้ปัญหา และหาทางป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต ตลอดจนสถาบันการเงิน บริษัทฯปฏิบัติตามเงื่อนไขการกู้ยืม เช่น วัตถุประสงค์การใช้เงิน การชำระคืน หลักทรัพย์ค้ำประกัน และข้อตกลงอื่นๆ โดยที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยกระทำผิดข้อตกลงและเงื่อนไขกับสถาบันการเงิน
  • บริษัทฯถือปฏิบัติเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อภาครัฐ ตามแนวทางคือดำเนินธุรกิจภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และระเบียบต่างๆของหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด พร้อมให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วน ถูกต้องตามที่หน่วยงานภาครัฐร้องขอ เพื่อแสดงความโปร่งใส ตลอดจนสร้างความมั่นใจ และความเชื่อถือ
  • คู่แข่ง - ปฏิบัติต่อคู่แข่งตามกรอบกติกาการแข่งขันที่เป็นธรรมโดยรักษาบรรทัดฐานของข้อพึงปฏิบัติในการแข่งขัน ไม่ใช้วิธีไม่สุจริตเพื่อทำลายคู่แข่ง ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีการที่ไม่สุจริตหรือไม่เหมาะสม และไม่กระทำการใดๆที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯไม่มีข้อพิพาทใดๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับคู่แข่งทางการค้า
  • พนักงาน - บริษัทฯมีนโยบายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการดูแลในเรื่องความปลอดภัย สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ของพนักงาน มีการปฏิบัติต่อผู้บริหารและพนักงานของบริษัทฯอย่างเท่าเทียมกันและให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม และมีการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน เพื่อเป็นหลักประกันในการดูแลพนักงานในระยะยาว

บริษัทฯกำหนดนโยบาย และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ศักยภาพ เช่นการจัดให้มีการฝึกอบรม ให้ความรู้สร้างความเป็นมืออาชีพให้กับพนักงานขายทั้งในและนอกสถานที่ รวมทั้งการให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลิกภาพของพนักงานอีกด้วย

แนวทางการจัดทำนโยบายและวิธีปฏิบัติการแจ้งเบาะแส (Whistle Blowing)

อนึ่งคณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในการเสริมสร้างผลการดำเนินงานของบริษัทฯเพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืนให้แก่บริษัทฯโดยการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบอย่างเพียงพอและโปร่งใส โดยจัดให้มีช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้เสีย พนักงาน ผู้ถือหุ้น และนักลงทุน สามารถส่งความคิดเห็น ข้อร้องเรียนหรือข้อแนะนำที่เป็นประโยชน์ และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯได้ โดยสามารถแจ้งเรื่องได้โดยตรงดังนี้

  1. ประธานคณะกรรมการบริษัท หรือ
  2. ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ หรือ
  3. กรรมการตรวจสอบ หรือ
  4. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ
  5. ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตรวจสอบภายใน

  1. ทางไปรษณีย์ : หน่วยงานตรวจสอบภายใน
    บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
    179 อาคารบางกอกซิตี้ ทาวเวอร์ ชั้น 10 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ 10120
  2. ทางโทรศัพท์ : 02-625-1188 ต่อ 3102
  3. ทางอีเมล์ : E-mail address : director@jubileediamond.co.th

ทั้งนี้บุคคลดังกล่าวจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอกรรมการบริษัทพิจารณา โดยบริษัทฯมีนโยบายคุ้มครองผู้ส่งความคิดเห็นหรือข้อแนะนำด้วยการเก็บรักษาข้อมูลของผู้ส่งข้อมูลไว้เป็นความลับ

บริษัทฯมีการเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส เท่าเทียม และทันเวลา ทั้งรายงานด้านการเงิน และข้อมูลธุรกิจผ่านช่องทางสื่อสารของตลาดหลักทรัพย์ฯและเว็ปไซต์ของบริษัทฯ www.jubileediamond.co.th อย่างสม่ำเสมอ

  • ด้วยบริษัทฯเชื่อว่าคุณภาพของรายงานทางการเงินเป็นเรื่องที่ผู้ถือหุ้นและบุคคลภายนอกให้ความสำคัญ คณะกรรมการบริษัท จึงดูแลเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ข้อมูลที่แสดงในรายงานทางการเงินมีความถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป และผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีที่เป็นอิสระ โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการที่เป็นอิสระเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับคุณภาพของรายงานทางการเงินและระบบการควบคุมภายใน ทั้งนี้รายงานของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ และรายงานของผู้สอบบัญชี มีรายละเอียดปรากฏในรายงานประจำปี
  • งานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลสำคัญที่เป็นประโยชน์แก่นักลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจทั่วไป ในรอบปี 2559 งานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ที่ดำเนินการได้แก่
    1. การเข้าร่วมงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) เป็นจำนวน 4 ครั้ง
    2. การจัดประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) เป็นจำนวน 4 ครั้ง

ช่องทางในการสื่อสารระหว่างบริษัทฯกับผู้ถือหุ้น และนักลงทุน สามารถติดต่อได้ที่ คุณพรเสถียร เสาวภาคสุนทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านการเงิน หรือติดต่อผ่านทาง E-mail : ir@jubileediamond.co.th

คณะกรรมการบริษัทมีบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อดูแลรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสีย เช่น การกำหนดกลยุทธในการดำเนินธุรกิจ การพิจารณาตรวจสอบการดำเนินงาน ดูแลให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใส

คณะกรรมการบริษัทมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ และมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯและผู้ถือหุ้นโดยรวม จึงจัดให้มีระบบแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัท และฝ่ายจัดการที่ชัดเจน และดูแลให้บริษัทฯมีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรม

คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นกรรมการอิสระมากกว่า 50% แต่ละท่านเป็นกรรมการที่มีคุณสมบัติหลากหลาย ทั้งในด้านทักษะ ประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะด้านที่เป็นประโยชน์กับบริษัทฯรวมทั้งการอุทิศเวลาและความพยายามในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อเสริมสร้างให้บริษัทฯมีคณะกรรมการที่เข้มแข็ง

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท เช่น วิสัยทัศน์และภารกิจ กลยุทธ์ เป้าหมายทางการเงิน ความเสี่ยง แผนงานและงบประมาณ รวมทั้งกำกับ ควบคุม ดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานตามนโยบายและแผนที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

  • ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับบริษัท มติคณะกรรมการ ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน และกระทำเยี่ยงผู้ประกอบธุรกิจจะพึงกระทำภายใต้สถานการณ์อย่างเดียวกัน และในปี 2559 บริษัทมีการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีประวัติการกระทำผิดกฎระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์/ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • ส่งเสริมให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัท เป็นลายลักษณ์อักษร และให้ความเห็นชอบนโยบายดังกล่าว  และมีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว เป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ให้จัดทำจรรยาบรรณธุรกิจที่เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนเข้าใจถึงมาตรฐานด้านจริยธรรมที่บริษัท ใช้ในการดำเนินธุรกิจ  และคณะกรรมการบริษัท มีการติดตามให้มีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณดังกล่าวอย่างจริงจัง
  • พิจารณาเรื่องความขัดแย้งของผลประโยชน์อย่างรอบคอบ  การพิจารณา การทำ รายการที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ มีแนวทางที่ชัดเจนและเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท และผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญ  โดยที่ผู้มีส่วนได้เสียไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ  เว้นแต่เป็นธุรกรรมที่เป็นข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่วิญญูชนจะพึงกระทำกับคู่สัญญาทั่วไปในสถานการณ์เดียวกัน ด้วยอำนาจต่อรองทางการค้าที่ปราศจากอิทธิพลในการที่ตนมีสถานะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี และเป็นข้อตกลงทางการค้าที่ได้รับอนุมัติจาก คณะกรรมการหรือเป็นไปตามหลักการที่คณะกรรมการอนุมัติไว้แล้ว และคณะกรรมการบริษัท มีการกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการ  และการเปิดเผยข้อมูลของรายการที่อาจมีความขัดแย้งของผลประโยชน์ให้ถูกต้องครบถ้วน
  • จัดให้มีระบบการควบคุมด้านการดำเนินงาน  ด้านรายงานทางการเงิน  และด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และนโยบาย  คณะกรรมการบริษัท จัดให้มีบุคคลหรือหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่  เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบระบบการควบคุมดังกล่าว และมีการทบทวนระบบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • มีการพิจารณาด้านการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ที่ครอบคลุมทั้งองค์กร โดยให้ฝ่ายจัดการเป็นผู้ปฏิบัติและรายงานให้คณะกรรมการบริษัท ทราบเป็นประจำ และมีการทบทวนระบบหรือประเมินประสิทธิผลการจัดการความเสี่ยง ในทุกระยะเวลาที่พบว่า ระดับความเสี่ยงมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งรวมถึงการใหความสำคัญกับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าและรายการผิดปกติทั้งหลาย
  • คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่พิจารณาหลักเกณฑ์ในการจ่ายและรูปแบบค่าตอบแทนของกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และได้อนุมัติค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารส่วนค่าตอบแทนของกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัท จะต้องนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นผู้อนุมัติ
  • คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่พิจารณาหลักเกณฑ์และกระบวนการในการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติ  เหมาะสมเพื่อดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และผู้บริหารระดับสูง  รวมทั้งคัดเลือกบุคคลตามกระบวนการสรรหาที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการบริษัท

วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท

บริษัทฯมิได้กำหนดอายุกรรมการ และ/หรือจำนวนวาระสูงสุดที่จะดำรงตำแหน่งอย่างต่อเนื่องได้ เนื่องจากอายุและระยะเวลาดำรงตำแหน่งมิได้เป็นอุปสรรค หากเปรียบเทียบกับความรู้ความสามารถ ตลอดจนประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่แต่ละท่านมี และพร้อมเสมอที่จะนำประโยชน์มาสู่บริษัทฯ

กระบวนการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทฯเพื่อให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเป็นผู้แต่งตั้ง เป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากอิทธิพลของผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจควบคุมหรือฝ่ายจัดการ และสร้างความมั่นใจให้กับบุคคลภายนอก

ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการบริษัทออกจากตำแหน่งจำนวนหนึ่งในสาม หรือจำนวนใกล้ที่สุดกับจำนวนหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการในขณะนั้น โดยกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาเลือกให้กลับเข้ามารับตำแหน่งอีกได้

การพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการบริษัท

การพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการบริษัท นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

  1. ตาย
  2. ลาออก
  3. ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษษะต้องห้ามตามาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
  4. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติให้ออกตามมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
  5. ศาลมีคำสั่งให้ออก

การประชุมคณะกรรมการบริษัท

  • บริษัทฯจัดให้มีการกำหนดการประชุมคณะกรรมการบริษัท เป็นการล่วงหน้า โดยกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง และแจ้งให้กรรมการบริษัท แต่ละคนทราบกำหนดการดังกล่าวพร้อมวาระการประชุมและเอกสารประกอบการประชุม เป็นการล่วงหน้าก่อนการประชุมเพื่อให้กรรมการบริษัทสามารถจัดเวลาและเข้าร่วมประชุมได้  รวมถึงสามารถพิจารณาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม
  • ประธานกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารจะร่วมกันพิจารณาการเลือกเรื่องเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัท โดยให้แน่ใจว่าเรื่องที่สำคัญได้นำเข้ารวมไว้แล้ว  ทั้งนี้ กรรมการบริษัทแต่ละคนมีความเป็นอิสระที่จะเสนอเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม
  • ประธานกรรมการบริษัทมีการจัดสรรเวลาไว้อย่างเพียงพอที่ฝ่ายจัดการจะเสนอเรื่องและมากพอที่กรรมการบริษัท จะอภิปรายปัญหาสำคัญกันอย่างรอบคอบโดยทั่วกัน และส่งเสริมให้มีการใช้ดุลยพินิจที่รอบคอบ  และกรรมการบริษัท ทุกคนให้ความสนใจกับประเด็นทุกเรื่องที่นำสู่ที่ประชุม รวมทั้งประเด็นการกำกับดูแลกิจการ
  • ทุกปีกรรมการอิสระมีการประชุมระหว่างกรรมการอิสระด้วยกันตามความจำเป็นเพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆเกี่ยวกับการจัดการโดยไม่มีฝ่ายจัดการร่วมด้วย
  • คณะกรรมการบริษัท สนับสนุนให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเชิญผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้สารสนเทศรายละเอียดเพิ่มเติมในฐานะที่เกี่ยวข้องกับปัญหาโดยตรง
  • คณะกรรมการบริษัท สามารถเข้าถึงสารสนเทศที่จำเป็นเพิ่มเติม ได้จากประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือ ผู้บริหารอื่นหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมาย ภายในขอบเขตนโยบายที่กำหนดไว้

การแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ

บริษัทฯมีการกำหนดและแยกอำนาจของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายจัดการในระดับต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน โดยในการพิจารณาและตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญๆ จะต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อถ่วงดุลและสอบทานให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

การรวมหรือแยกตำแหน่ง

บริษัทฯมีนโยบายในการแบ่งแยกหน้าที่ความรับผิดชอบของประธานกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Chief Executive Officer) โดยจะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์และคุณสมบัติที่เหมาะสม และต้องไม่เป็นบุคคลเดียวกัน เพื่อให้มีการถ่วงดุลอำนาจโดยแยกหน้าที่การกำกับดูแลและการบริหารกิจการออกจากกัน

ประธานกรรมการบริษัท

เป็นกรรมการอิสระและไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งไม่เป็นบุคคลเดียวกันกับประธานกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือดำรงตำแหน่งในกรรมการชุดย่อย โดยประธานกรรมการบริษัทมีความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารมีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้

  1. เรียกประชุมคณะกรรมการบริษัท และเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
  2. เสริมสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีของคณะกรรมการบริษัท
  3. เป็นประธานที่ประชุมผู้ถือหุ้น และควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท และตามระเบียบวาระที่กำหนด
  4. ดูแลให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารรับผิดชอบในการกำกับดูแลการบริหารงานของบริษัทให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และนโยบายของคณะกรรมการบริษัท โดยมีการบริหารติดตามการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ โดยกำหนดให้มีการประชุมร่วมกันทุกสัปดาห์ เพื่อรายงานความก้าวหน้าของผลการดำเนินงาน มีการกระจายอำนาจลงไปสู่ฝ่ายจัดการในการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบและวงเงินอนุมัติ

การประเมินตนเองของกรรมการ

บริษัทฯจะจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัททุกปี เพื่อให้กรรมการสามารถเปรียบเทียบผลประเมินในแต่ละหัวข้อหรือเปรียบเทียบผลประเมินของแต่ละปีเพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาผลการปฏิบัติงานของกรรมการตามแนวทางการปฏิบัติที่ดีของกรรมการ

การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัทฯจะจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นประจำทุกปี โดยใช้เป้าหมายและหลักเกณฑ์ในการประเมินที่เชื่อมโยงกับความสำเร็จของแผนงาน

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ

เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท มีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล คณะกรรมการบริษัท จึงให้มีคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่ช่วยคณะกรรมการบริษัท ในการปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลเกี่ยวกับความถูกต้องของรายงานทางการเงิน ประสิทธิภาพระบบการควบคุมภายใน และการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักจรรยาบรรณต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยหน่วยงานตรวจสอบภายในจัดทำรายงานไปยังคณะกรรมการตรวจสอบว่ามีการปฏิบัติในเรื่องใด และมีผลการปฏิบัติ หรือความเห็นต่อเรื่องที่ได้เข้าไปดูแล อย่างไร พร้อมกับมีการประเมินคุณภาพรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โดยคัดเลือกจากกรรมการบริษัท 3 ท่านที่มีคุณสมบัติตามข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยมี 1 ท่านที่มีความรู้ความเข้าใจหรือมีประสบการณ์ด้านบัญชี และการเงินเป็นอย่างดี

คณะกรรมการตรวจสอบมีความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัทตามหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ในขณะที่ความรับผิดชอบในกิจกรรมทุกประการของบริษัทต่อบุคคลภายนอกยังคงเป็นของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ

ค่าตอบแทน

  • ค่าตอบแทนของกรรมการบริษัทฯจัดอยู่ในลักษณะที่เปรียบเทียบได้กับระดับที่ปฏิบัติอยู่ในบริษัทที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ประสบการณ์  ภาระหน้าที่  ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบ (Accountability and Responsibility)  รวมถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากกรรมการแต่ละคน  และกรรมการที่ได้รับมอบหมายหน้าที่และความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เช่น เป็นสมาชิกของคณะกรรมการตรวจสอบ จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มที่เหมาะสม
  • ค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการบริษัท  กำหนด  และเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯระดับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน โบนัส
  • ค่าตอบแทนอื่นๆ
    -ไม่มี-

การพัฒนากรรมการบริษัท และผู้บริหาร

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการปฐมนิเทศน์กรรมการใหม่ทุกคน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในธุรกิจ และการดำเนินการด้านต่างๆของบริษัทฯเพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ โดยมีเลขานุการบริษัท เป็นผู้ประสานงานในเรื่องต่างๆ ดังนี้

  1. เรื่องโครงสร้างธุรกิจ โครงสร้างกรรมการ ขอบเขตอำนาจหน้าที่ กฎหมายที่ควรทราบ
  2. ความรู้ทั่วไปของธุรกิจ แนวทางการดำเนินงาน

บริษัทฯส่งเสริมให้กรรมการทุกท่าน รวมถึงเลขานุการบริษัทเข้ารับการฝึกอบรมจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย รวมถึงการฝึกอบรมตามสถาบันต่างๆ เพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจ และสามารถนำมาพัฒนาระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ ในปี 2559 กรรมการบริษัทได้ผ่านการอบรมจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และสถาบันอื่นแล้ว

ปฐมนิเทศน์กรรมการใหม่

ในกรณีมีกรรมการเข้าใหม่ บริษัทฯได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัทเพื่อให้กรรมการเข้ารับตำแหน่งสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที โดยมีเลขานุการบริษัทเป็นผู้ประสานงานในด้านต่างๆ ดังนี้

  1. ประสานงานในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทฯในด้านกฎหมาย เช่น ข้อบังคับบริษัท วัตถุประสงค์บริษัท โครงสร้างองค์กร จรรยาบรรณทางธุรกิจของคณะกรรมการบริษัท เป็นต้น
  2. จัดให้มีการพบปะกับประธานกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และผู้บริหารของบริษัท เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

แผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง

การจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งงานของผู้บริหาร เพื่อมั่นใจได้ว่าบริษัทฯมีผู้บริหารที่มีความรู้ ความสามารถเพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้

  1. คณะกรรมการบริษัท กำหนดให้มีแผนพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร เพื่อจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งงานทุกสายงาน
  2. มอบหมายให้ฝ่ายงานบริหารบุคคลทำหน้าที่ดูแลติดตามการอบรม และพัฒนาความรู้ ความสามารถของผู้สืบทอดตำแหน่ง
  3. กำหนดให้ผู้อำนวยการทุกฝ่าย เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อให้มีความเข้าใจ มีประสบการณ์ และความพร้อมในการบริหารองค์กรต่อไปในอนาคต

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

เพื่อเป็นการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ บริษัทฯจึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติดังนี้ี้

  1. ห้ามมิให้กรรมการประกอบกิจการ เข้าเป็นหุ้นส่วนหรือเข้าเป็นผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลที่มีสภาพอย่างเดียวกัน และเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทฯเว้นแต่จะแจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบก่อนมีมติแต่งตั้ง
  2. ห้ามมิให้ผู้บริหารและพนักงานใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนในการซื้อขายหุ้นบริษัทฯหรือนำข้อมูลภายในซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นโดยรวมไปเปิดเผยกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  3. กรณีที่บริษัทฯมีรายการเกี่ยวโยงกัน หรือการได้มาจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่สำคัญของบริษัทฯกรรมการและฝ่ายจัดการของบริษัทฯจะดูแลให้มีการปฏิบัติตามขั้นตอนการพิจารณา โดยจัดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณากำหนดแนวทางสำหรับการพิจารณาความเหมาะสมของการทำรายการที่ชัดเจนและผ่านการกลั่นกรองการทำรายการดังกล่าวจากกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบจะพิจารณาการทำรายการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯและผู้ถือหุ้นโดยรวมเป็นสำคัญกรรมการหรือผู้บริหารที่มีส่วนได้เสียจากการพิจารณาในเรื่องนั้นๆ จะต้องออกจากที่ประชุม เมื่อลงมติอนุมัติการทำรายการแล้วกรรมการจะกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด และเปิดเผยข่าวสารตามช่องทางต่างๆ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
  4. ไม่ใช้โอกาสหรือข้อมูลที่ได้จากการเป็นผู้บริหารหรือพนักงานของบริษัทฯในการทำธุรกิจที่แข่งขันหรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัทฯ

การเปิดเผยรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัทฯได้กำหนดให้ กรรมการ และผู้บริหาร ต้องจัดทำรายงานเปิดเผยรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ กับบริษัทฯรวมทั้งได้กำหนดให้สำนักตรวจสอบภายใน เป็นผู้สอดส่องดูแลและจัดการแก้ไขปัญหาความขัอแย้งทางผลประโยชน์ และรายงานโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น

การรายงานการถือหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหาร

บริษัทฯได้กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารมีหน้าที่รายงานการถือหลักทรัพย์และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ซื้อขาย โอน หรือรับโอนต่อสำนักกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯในช่วง 1 เดือนก่อนเผยแพร่งบการเงินต่อสาธารณชน

ในปี 2559 ได้มีการรายงานการถือหุ้นของกรรมการบริษัทซึ่งนับรวมถึงการถือหุ้นของคู่สมรสและผู้บริหาร เป็นจำนวน 4 ครั้ง ดังนี้ คือ ครั้งที่ 1 รายงาน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2559 ครั้งที่2 รายงาน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2559 ครั้งที่ 3 รายงาน ณ วันที่ 30 กันยายน 2559 และครั้งสุดท้าย รายงาน ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2559

บุคลากร

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯมีพนักงานรวมทั้งสิ้นจำนวน 333 คน ประกอบด้วยพนักงานแบ่งตามสายงาน ดังรายละเอียดข้างล่างต่อไปนี้

แผนก จำนวนพนักงาน
2557 2558 2559
ฝ่ายการตลาดและกลุ่มผลิตภัณฑ์ 21 21 19
ฝ่ายขายและส่งเสริมการขาย 262 253 253
ฝ่ายผลิต 25 26 21
ฝ่ายบัญชี / การเงิน 21 21 20
ฝ่ายทรัยากรมนุษย์ และธุรกิจทั่วไป 14 15 19
ฝ่ายจัดซื้อวัตถุดิบ 2 1 1
รวม 345 337 333

ค่าตอบแทนพนักงานที่เป็นตัวเงิน

ประเภทค่าตอบแทน จำนวนเงิน (ล้านบาท)
2557 2558 2559
เงินเดือน และโบนัส 74.80 107.50 84.20
คอมมิชชั่น 55.99 45.84 39.08
เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1.86 2.03 1.63
ค่าสวัสดิการพนักงาน 2.04 9.45 12.24
รวม 134.69 164.82 137.15

บริษัทฯมีการส่งเสริมทางด้านสวัสดิการให้แก่พนักงาน ตามความเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและการดำรงชีพ เช่น

  • เครื่องแบบพนักงาน
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • การเบิกค่ารักษาพยาบาล การทำประกันชีวิตกลุ่ม
  • การให้สินเชื่อแก่พนักงาน
  • เงินช่วยเหลือกรณีต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานศพ งานบวช และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน เร่งด่วน ได้แก่ สวัสดิการช่วยเหลือพนักงานผู้ประสบอุทกภัย ไฟไหม้ เป็นต้น
  • นอกจากนี้บริษัทฯยังมีการจัดกิจกรรมสันทนาการเพื่อส่งเสริมความสามัคคีและการประสานงานระหว่างพนักงานตามโอกาสต่างๆ เช่น การจัดงานปีใหม่ งานฉลองความสำเร็จในโอกาสต่างๆ

ด้านการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร

บริษัทฯมุ่งเน้นการคัดสรรคัดเลือกบุคลากรเข้ามาร่วมงานกับบริษัทฯโดยจัดให้มีกระบวนการทดสอบเพื่อวัดความรู้ ความสามารถ ทัศนคติในการทำงาน ความถนัดในการทำงานในแต่ละตำแหน่งงาน และมุ่งเน้นให้พนักงานมีทั้งความถนัดและมีความสุขในการทำงาน

นโยบายในการพัฒนาบุคลากร

บริษัทฯให้ความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรบุคคล ทั้งในด้านความรู้ความสามารถ สุขภาพจิต และจริยธรรม มีการมอบรางวัลเป็นกำลังใจในการทำงาน ทั้งรางวัลด้านการทำยอดขายสูงสุด ในขณะเดียวกันก็มีรางวัลพนักงานดีเด่นในด้าน ความประพฤติ คุณธรรม จริยธรรม โดยพิจารณาจาก ความมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า ระเบียบวินัยในการทำงาน

บริษัทฯมีระบบการอบรมพนักงานตั้งแต่การปฐมนิเทศน์สำหรับพนักงานเข้าใหม่ และมีหลักสูตรการอบรมตามส่วนงานและระดับของพนักงานตลอดทั้งปี นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีการส่งเสริมให้กับพนักงานในการเข้าร่วมประชุม สัมมนา และฝึกอบรมความรู้ทางด้านวิชาการ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับงานโดยตรงและโดยอ้อม เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้พร้อมรับมือกับสภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างสม่ำเสมอ

นอกเหนือจากการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรเพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการทำงานในปัจจุบันแล้ว บริษัทฯยังคำนึงถึงการส่งเสริมให้พนักงานมีความก้าวหน้าตามสายอาชีพด้วย ทางบริษัทฯได้มีแผนเตรียมพร้อมของบุคลากร เพื่อรองรับการก้าวหน้าในตำแหน่งงานของแต่ละบุคคลให้มีการเติบโตไปพร้อมความสำเร็จขององค์กร โดยเน้นปรับจุดอ่อน เสริมสร้างจุดแข็ง ซึ่งเกิดจากการประเมินผลงานของตนเอง และผู้บังคับบัญชา อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้แสดงความรู้ความสามารถ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในอนาคตให้กับบุคลากร และเป็นอีกกลยุทธ์ในการช่วยรักษาบุคลากรที่ดีมีคุณภาพให้อยู่กับองค์กร

การเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีในองค์กร

บริษัทฯได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ ระหว่างผู้บริหาร ระหว่างพนักงานด้วยกัน และระหว่างพนักงานกับบริษัทฯโดยได้จัดให้มีกิจกรรมสันทนาการในรูปแบบต่างๆ เช่น การมอบรางวัลพนักงานดีเด่น งานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ การประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งในและนอกสถานที่ เพื่อให้เกิดความสนิทสนม และเข้าใจซึ่งกันและกัน ส่งเสริมการทำงานเป็นทีมให้กับพนักงาน โดยบริษัทฯมีความเชื่อมั่นว่าการสื่อสารที่ดีและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารและพนักงานจะนำไปสู่สัมพันธภาพที่ดี และทำให้บรรลุเป้าหมายองค์กรร่วมกันได้อีกด้วย

ด้านการดูแลรักษาความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมใน

การทำงานบริษัทฯได้มีการปรับปรุงสำนักงานและจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับพนักงาน โดยมุ่งหวังให้พนักงานมีสถานที่และสภาพแวดล้อมที่ดีเหมาะต่อการปฏิบัติงาน อีกทั้งบริษัทฯยังคำนึงถึงสุขภาพอนามัยความสะอาด และความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน รวมทั้งร่วมรณรงค์ให้เป็นสำนักงานปลอดจากอบายมุข และยาเสพติด

บริษัทฯได้ดำเนินการจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทางาน จำนวน 5 คน มีรายชื่อดังต่อไปนี้

  1. คุณอรรัตน์ พรประกฤต (ผู้แทนนายจ้างระดับบริหาร)
  2. คุณสุนีย์ สุภาผล (ผู้แทนนายจ้างระดับบังคับบัญชา)
  3. คุณยุพาวรรณ เตรียมล้ำเลิศ (ผู้แทนลูกจ้าง)
  4. คุณพัชรวลัย อติชาติทิพย์จินดา (ผู้แทนลูกจ้าง)
  5. คุณแสงระวีย์ พลีดี (ผู้แทนลูกจ้าง)

โดยคณะกรรมการฯ มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

  1. พิจารณานโยบายและแผนงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน รวมทั้งความปลอดภัยนอกงาน เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย การเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ หรือความไม่ปลอดภัยในการทำงานเสนอต่อนายจ้าง
  2. รายงานและเสนอแนะแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานต่อนายจ้าง
  3. ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรม ด้านความปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบกิจการ
  4. พิจารณาข้อบังคับ คู่มือและมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานเสนอต่อนายจ้าง
  5. สำรวจการปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทำงาน/ตรวจสอบสถิติการประสบอันตราย อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
  6. พิจารณาโครงการหรือแผนการฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อเสนอความเห็นต่อนายจ้าง
  7. วางระบบการรายงานสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัยให้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของลูกจ้างทุกคนทุกระดับต้องปฏิบัติ
  8. ติดตามความคืบหน้าเรื่องที่เสนอนายจ้าง
  9. รายงานผลการปฏิบัติงาน และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ
  10. ประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบกิจการ
  11. ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยในการทำงานอื่นตามที่นายจ้างมอบหมาย

ในปี 2559 สถิติอุบัติเหตุ และการเจ็บป่วยจากการทำงานของพนักงาน และผู้บริหาร มีอัตราเท่ากับ 0 เปอร์เซ็นต์ คือไม่เกิดขึ้นเลย

นโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการ

ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อผู้ใช้แรงงานของประเทศ มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี ครอบคลุมถึงครอบครัวผู้ใช้แรงงานทั้งประเทศ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการ ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มีเจตนารมณ์ในการดำเนินการตามมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการโดยมีนโยบายการแก้ไขปัญหาและป้องกันยาเสพติด ดังนี้

  1. ผู้บังคับบัญชาทุกระดับจะต้องกระทำตนเป็นแบบอย่างที่ดี ให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยเหลือพนักงานที่มีปัญหา ทำการบำบัดรักษา และฟื้นฟูพนักงานให้มีแนวทางการดำเนินชีวิตที่เหมาะสม สุขภาพอนามัยที่ดี
  2. พนักงานทุกคนมีบทบาทและส่วนร่วมในการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของบริษัทฯร่วมกันสอดส่องบริเวณภายในและบริเวณภายนอกบริษัทฯว่ามีสิ่งผิดกฎหมาย หรือมีบุคคลที่มีพฤติกรรม น่าสงสัย แจ้ง หรือส่งข่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจทราบทันที
  3. พนักงานทุกคนต้องให้ความร่วมมือ ในกรณีที่บริษัทฯจะทำการสุ่มตรวจหาสารเสพติดและหากตรวจสอบพบจะดำเนินการตักเตือน และส่งไปบำบัดรักษาต่อไป
  4. บริษัทฯยินดีให้ความร่วมมือต่อทางราชการในการแจ้งข้อมูล ข่าวสาร และพฤติกรรมของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

เพื่อให้การดำเนินการจัดทำมาตรฐานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และบรรลุวัตถุประสงค์ในการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการ บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานประกอบด้วยบุคคล ดังต่อไปนี้

  1. นางสาว อรรัตน์  พรประกฤต (ตำแหน่ง ผู้จัดการแผนกบริหารงานด้านผลิตภัณฑ์ ประธานคณะทำงาน)
  2. นางสาว พัชรวลัย อติชาทิพย์จินดา (ตำแหน่ง เลขานุการบริษัท คณะทำงาน/ฝ่ายเลขาฯ)
  3. นางสาว สุนีย์ สุภาผล (ตำแหน่ง ผู้จัดการแผนกทรัพยากรบุคคล คณะทำงาน/ฝ่ายวิชาการ)
  4. นางสาว พัทธ์ธีรา วงษ์สวรรค์ (ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ธุรการอาวุโส คณะทำงาน/ฝ่ายกิจกรรม)
  5. นางสาว วรัญญา ส้มไทย (ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ คณะทำงาน/ฝ่ายประชาสัมพันธ์)
  6. นางสาว ปนัยดา เลี้ยงอำนวย (ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน คณะทำงาน/ผู้แทนนายจ้าง)

ให้คณะทำงานมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

  1. เสนอแนะแนวทางการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
  2. ปฏิบัติตามนโยบายและแบบแผนปฏิบัติการ
  3. ส่งเสริม และสนับสนุนกิจกรรม เพื่อการสร้างจิตสำนึกและรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในบริษัทฯ
  4. อบรม และประชุม เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดและการแก้ไขป้องกันที่ถูกต้องให้กับ พนักงานทราบ
  5. ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการแจ้งข้อมูลการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และพนักงานทุกคนต้องให้ความร่วมมือในกรณีที่บริษัทฯจะทำการตรวจสอบหาสารเสพติด หรือตรวจค้นในกรณีที่สงสัยโดยไม่มีเงื่อนไข